Back

ⓘ กฎหมายไทย




                                               

วรรค

วรรค มาจากภาษาบาลี วคฺค และภาษาสันสกฤต วรฺค อาจหมายถึง วรรค ฉันทลักษณ์ ข้อความช่วงหนึ่งของบทร้อยกรอง เช่น "ถึงม้วยดินสิ้นฟ้ามหาสมุทร" เป็นวรรคหนึ่งของกลอนแปด ดูเพิ่มที่ ฉันทลักษณ์ไทย ชื่อมาตราปักขคณนา โดย 4-5 ปักษ์เรียกเป็นวรรคหนึ่ง: ปักษ์ถ้วน 3 ปักษ์ขาด 1 รวมเรียก จุลวรรค และปักษ์ถ้วน 4 ปักษ์ขาด 1 รวมเรียก มหาวรรค ย่อหน้าหนึ่ง ๆ ของบทบัญญัติในแต่ละมาตราของกฎหมาย ช่องว่าง ตัวอักขระ ช่วงหนึ่งของคำหรือข้อความที่สุดลงแล้วเว้นเป็นช่องว่างไว้ระยะหนึ่ง หมวด ตอน เช่น วรรค ก, บางทีก็ใช้เข้าคู่กันเป็น วรรคตอน เช่น เครื่องหมายวรรคตอน

                                               

ลักษณะ

คำสำคัญ "ลักษณะ" สามารถหมายถึง ลักษณะ อังกฤษ: title - กลุ่มของบทบัญญัติในกฎหมายกลุ่มหนึ่ง รองจากบรรพ อังกฤษ: book หรือภาค อังกฤษ: division ลักษณะ สมบัติ อังกฤษ: quality - สมบัติเฉพาะตัว เช่น น้ำมีลักษณะเป็นของเหลว ลูกบิลเลียดมีลักษณะกลม ลูกเต๋ามีลักษณะเหลี่ยม คนไทยมีลักษณะอ่อนโยน ประเภท อังกฤษ: type - เช่ใน 3 ลักษณะ ลักษณะ พุทธศาสนา อังกฤษ: marker - เครื่องกำหนด

                                               

สุรพล (แก้ความกำกวม)

                                               

ตีเลกี & กิบบินส์

ตีเลกี & กิบบินส์ สำนักงานกฎหมายระดับภูมิภาคใน เอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ซึ่งมีสำนักงานอยู่ที่ กรุงเทพมหานคร ฮานอย โฮจิมินห์ซิตี จาการ์ตา เวียงจันทน์ พนมเปญ และ ย่างกุ้ง

กฎหมายไทย
                                     

ⓘ กฎหมายไทย

ราชอาณาจักรรัตนโกสินทร์และสี่ราชอาณาจักรก่อนหน้าซึ่งนับตามแบบ ที่เรียกรวม ๆ ว่าสยามนั้น มีรัฐธรรมนูญซึ่งมิได้จัดทำประมวลกฎหมายเป็นส่วนใหญ่จนปี 2475 ในคำปรารถถึงประมวลกฎหมายอาญาซึ่งประกาศใช้เมื่อวันที่ 1 เมษายน 2451 และมีผลใช้บังคับเมื่อวันที่ 21 กันยายน พระมหากษัตริย์ตรัสว่า "ในสมัยโบราณ พระมหากษัตริย์แห่งชาติสยามปกครองราษฎรของพระองค์ด้วยกฎหมายซึ่งเดิมมาจากมนูธรรมศาสตร์ ซึ่งขณะนั้นเป็นกฎหมายที่ใช้ทั่วไปในหมู่ชาวอินเดียและประเทศเพื่อนบ้าน"

บ่อเกิดหลักของกฎหมายไทยมีดังนี้

  • พระราชบัญญัติและบทกฎหมาย ซึ่งหลายฉบับสร้างและแก้ไขเพิ่มเติม เช่น กฎหมายแพ่งและพาณิชย์ กฎหมายที่ดิน ประมวลรัษฎากร กฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง กฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา กฎหมายแพ่งแผนกคดีเมือง กฎหมายระหว่างประเทศแผนกคดีบุคคล กฎหมายแรงงาน และพระธรรมนูญศาลยุติธรรม เป็นต้น
  • รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย กฎหมายอื่นจะขัดหรือแย้งกับรัฐธรรมนูญที่ใช้ฉบับปัจจุบันมิได้

ฐานเกี่ยวกับการศาลในประเทศไทยไม่ผูกพัน ศาลไม่ถูกผูกพันให้ยึดคำวินิจฉัยของศาลเอง ศาลระดับล่างไม่ถูกผูกพันให้ยึดบรรทัดฐานที่ศาลระดับสูงกว่ากำหนด ทว่า กฎหมายไทยได้รับอิทธิพลจากบรรทัดฐานคอมมอนลอว์ ฉะนั้น ศาลจึงได้รับอิทธิพลอย่างมากจากคำวินิจฉัยก่อน ๆ หรือคำวินิจฉัยของศาลระดับสูงกว่า ศาลฎีกาจัดพิมพ์คำวินิจฉัยของศาลเอง เรียก "คำพิพากษาศาลฎีกา" ซึ่งมักใช้เป็นอำนาจชั้นรองและกำหนดเลขตามปีที่ออก ศาลปกครองและศาลรัฐธรรมนูญ

                                     

1.1. กฎหมายมหาชน รัฐธรรมนูญ

รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทยเป็นกฎหมายสูงสุดของประเทศไทยซึ่งอยู่เหนือกว่ากฎหมายที่รัฐสภาออก รัฐธรรมนูญฉบับล่าสุด คือ รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช 2560 ศาลรัฐธรรมนูญมีเขตอำนาจวินิจฉัยชี้ขาดความชอบต่อรัฐธรรมนูญ constitutionality ของพระราชบัญญัติ พระราชกฤษฎีกา ร่างกฎหมาย การแต่งตั้งและถอดถอนข้าราชการของรัฐ และประเด็นเกี่ยวกับพรรคการเมือง

                                     

1.2. กฎหมายมหาชน กฎหมายอาญา

ความผิดอาญาระบุไว้ในประมวลกฎหมายอาญา ตลอดจนบทกฎหมายอื่นอีกมาก มีการวางเค้าโครงวิธีพิจารณาความอาญาในประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา

  • มีบทกฎหมายหลายฉบับว่าด้วยความผิดอาญาเกี่ยวกับยาเสพติดให้โทษ พ.ศ. 2522 นิยามยาเสพติด จำแนกเป็นประเภท ให้รายละเอียดความผิดและวางกรอบการลงโทษ การลงโทษสำหรับการผลิต นำเข้าหรือส่งออกยาเสพติดอยู่ในมาตรา 65–102 ซึ่งรวมโทษปรับ จำคุกตลอดชีวิตหรือประหารชีวิต กฎหมายยาเสพติดอื่นมีพระราชบัญญัติวัตถุที่ออกฤทธิ์ต่อจิตและประสาท พ.ศ. 2518 และพระราชบัญญัติป้องกันและปราบปรามยาเสพติด พ.ศ. 2519

ความผิดต่อองค์พระมหากษัตริย์ไทยเป็นมาตราที่มีการใช้กฎหมายผิดหลัก เช่น ในคำพิพากษาฎีกาที่ 6374/2556 ขัดต่อหลักกฎหมายอาญา "ไม่มีความผิด ไม่มีโทษ โดยไม่มีกฎหมาย" และข้อห้ามใช้กฎหมายโดยเทียบเคียง

                                     

1.3. กฎหมายมหาชน กฎหมายปกครอง

คดีปกครองอย่างการพิจารณาทบทวนในศาลอยู่ในอำนาจหน้าที่ของศาลปกครอง ซึ่งจัดตั้งขึ้นตามพระราชบัญญัติพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลปกครองและวิธีพิจารณาคดีปกครอง พ.ศ. 2542 เขตอำนาจของศาลมีการกระทำไม่ชอบด้วยกฎหมายของหน่วยงานของรัฐหรือเจ้าหน้าที่รัฐ เช่น เกินอำนาจ แย้งกันกับกฎหมาย ไม่สุจริต เป็นต้น ละเลยหรือปฏิบัติหน้าที่ล่าช้าอย่างไม่มีเหตุผลอันสมควร การละเมิดหรือความรับผิดอื่นของหน่วยงานของรัฐ สัญญาทางปกครอง สั่งให้บุคคลกระทำบางสิ่งหรือคำสั่งห้ามหรือคุ้มครองชั่วคราว

                                     

1.4. กฎหมายมหาชน กฎหมายว่าด้วยคนเข้าเมือง

การตรวจลงตรา visa และกฎหมายว่าด้วยคนเข้าเมืองมีในพระราชบัญญัติคนเข้าเมือง พ.ศ. 2522 และการแก้ไขเพิ่มเติม สำนักงานตรวจคนเข้าเมืองของตำรวจเป็นผู้ปฏิบัติกฎหมาย ขณะที่คณะกรรมการพิจารณาคนเข้าเมืองมีอำนาจหน้าที่วินิจฉัยสั่งการอย่างให้หรือเพิกถอนการอนุญาตให้อยู่

                                     

2. การบังคับใช้กฎหมาย

ประกาศคณะรักษาความสงบแห่งชาติให้อำนาจทหารกักขังบุคคลได้โดยไม่ตั้งข้อหาหรือการพิจารณาคดีไม่เกินเจ็ดวัน นอกจากนี้ ยังมีประกาศ คสช. ให้อำนาจทหารยศร้อยโทขึ้นไปมีอำนาจของตำรวจในคดีอาญา 27 ชนิด

                                               

ผู้ไม่มีหน้าที่ทำการรบ

ผู้ไม่มีหน้าที่ทำการรบ ตามกฎหมายสงครามและกฎหมายมนุษยธรรมระหว่างประเทศ หมายถึงบุคคลผู้ไม่เกี่ยวข้องโดยตรงในการรบพุ่ง โดยส่วนมากแล้วเป็นบุคลากรที่ปฏิบัติหน้าที่เป็นฝ่ายช่วยรบ อาทิ แพทย์ทหาร, อนุศาสนจารย์ทหาร เป็นต้น บุคคลเหล่านี้ได้รับความคุ้มครองจากการถูกทำร้ายทุกรูปแบบ, การตกเป็นชเลย, การละเมิดศักดิ์ศรีส่วนบุคคล สถานภาพนี้ได้รับการคุ้มครองครั้งแรกโดยอนุสัญญาเจนีวาฉบับที่หนึ่ง ค.ศ. 1864