Back

ⓘ ปรัชญาการเมือง




                                               

ศอเลียะห์

ศอเลียะห์ เป็นนบีที่ถูกกล่าวในอัลกุรอานกับคัมภีร์ศาสนาบาไฮ ซึ่งเผยแผ่หลัดคำสอนแก่ชนเผ่าษะมูดในอาระเบียโบราณก่อนช่วงชีวิตของศาสดามุฮัมมัด เรื่องราวของศอเลียะห์ถูกเชื่อมโยงกับเรื่องราวของอูฐตัวเมียของอัลลอฮ์ ซึ่งอัลลอฮ์ประทานเป็นของขวัญให้กับชาวษะมูด เมื่อพวกเขาต้องการปาฏิหาริย์เพื่อพิสูจน์ว่าศอเลียะห์เป็นศาสดาจริง ๆ

                                               

อัลอิสมุลอะอ์ซ็อม

อัลอิสมุลอะอ์ซ็อม หรือ "อิสมุลลอฮุอักบัร" ในศาสนาอิสลามได้อิงถึงพระนามที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของอัลลอฮ์ ที่รู้เพียงแต่บรรดาศาสนทูตเท่านั้น

ปรัชญาการเมือง
                                     

ⓘ ปรัชญาการเมือง

ปรัชญาการเมือง เป็นสาขาวิชาหนึ่งขององค์ความรู้ในวิชารัฐศาสตร์ ปรัชญาการเมืองเป็นวิชาที่เก่าแก่ที่สุดเนื่องจากเป็นวิชาที่เกิดขึ้นมาตั้งแต่ราวศตววษที่ 5 ก่อนคริสตกาลในดินแดนคาบสมุทธเพลอพอนเนซุส หรือดินแดนของประเทศกรีซในปัจจุบัน จุดเริ่มต้นของวิชาปรัชญาการเมืองเกิดขึ้นในนครรัฐที่ชื่อว่าเอเธนส์ในช่วงที่เอเธนส์เริ่มเปลี่ยนรูปแบบการปกครองจากระบบอภิสิทธ์ชนธิปไตย มาเป็นประชาธิปไตยโบราณ

                                     

1. นิยาม

สารานุกรมปรัชญาของรูธเลท Routledge Internet Encyclopedia of Philosophy นิยามวิชาปรัชญาการเมืองว่าเป็นกระบวนการสะท้อนความคิดทางปรัชญา ในเรื่องการจัดการชีวิตสาธารณะให้มีความเหมาะสม เหมาะควร ผ่านการครุ่นคิดว่าสถาบันทางการเมืองแบบใดที่ดีที่สุด กิจกรรมทางการเมืองแบบใดที่ดีที่สุด ฯลฯ ส่วนสารานุกรรมปรัชญา Internet Encyclopedia of Philosophy อธิบายว่า ปรัชญาการเมืองคือการแสวงหาชีวิตที่ดี แสวงหาชีวิตที่ควรจะเป็น แสวงหาค่านิยมที่ดีในการปกครอง สถาบันทางสังคมที่ดีในการปกครอง

เมื่อแยกพิจารณาคำว่าปรัชญาการเมืองในภาษาอังกฤษโดยทางนิรุกติศาสตร์แล้ว จะพบว่า Philosophy มีรากศัพท์มาจากภาษากรีกโบราณว่า Φιλοσοφος philosophos เกิดจากการสนธิของคำว่า philos มิตรภาพ และ sophia ปัญญา ที่แปลตรงตัวว่า" มิตรภาพกับปัญญา” หรือแปลเทียบเคียงได้ว่า" การไฝ่รู้หรือความไฝ่รู้” อย่างไรก็ดีในวงวิชาการไทยมักแปลผิดเป็น "ความรักในความรู้" ทั้งที่คำว่าความรักในภาษากรีกนั้นคือ ερως eros หรือ αγάπη agape ซึ่งมักเป็นคำที่ถูกใช้แสดงอารมณ์ ส่วนคำว่าความรู้นั้นคือ επιστήμη episteme ซึ่งหมายถึงความรู้ที่แท้จริงที่มนุษย์อาจเข้าถึงหรือเข้าไม่ถึงก็ได้ ปรัชญาจึงไม่ใช่ความรอบรู้ นักปรัชญาจึงไม่ใช่ผู้รู้หรือครู sophist การแปลคำว่าปรัชญาในภาษาอังกฤษว่า "ความรักในความรู้" จึงถือว่าแปลไม่ถูกต้องตามรากศัพท์ เพราะไม่ได้ครอบคลุมนิยามที่ว่าปรัชญาเป็นความรักที่จะเรียนรู้หรือแสวงหาความรู้ นักปรัชญาจึงมีลักษณะแบบนักสงสัย sceptic และนักแสวงหาความรู้ ว่าไปแล้วนักปรัชญาจึงมีลักษณะของนักเรียนตลอดชีพมากกว่าผู้รู้ที่ทรงภูมิตามความหมายแบบตะวันออก

ส่วนคำว่าการเมืองในทางรัฐศาสตร์เป็นเรื่องทางสังคมศาสตร์ของการกำหนดมุมมองของผู้คนให้มองเห็น หรือเข้าใจในสิ่งต่างๆ ที่เกิดขึ้นในสังคม ในทางรัฐศาสตร์การเมืองนั้นมีความหมายอย่างน้อย 2 ระดับ senses คือ

  • ในระดับที่กว้างที่สุดคือความสัมพันธ์ในสังคม the widest sense: people exercising power over others เป็นเรื่องที่คนในสังคมการเมืองใช้อำนาจต่อกัน
  • ในระดับที่แคบที่สุดคือ รัฐบาล the narrowest sense: what governments do? ซึ่งเป็นเรื่องที่เกี่ยวกับเรื่องที่รัฐหรือรัฐบาลกระทำสิ่งใดขึ้นมา และ

นอกจากนี้การเมืองยังได้สร้างสำนึกในเรื่องความรับผิดชอบขึ้นด้วยเพราะการเมืองพยายามสร้างการรับผิดชอบต่อสิ่งที่เป็นส่วนรวม/สาธารณะ public affairs อาทิ การเมือง ธุรกิจ การค้า การทำงาน ศิลปะ ฯลฯ) ไม่ใช่เพียงคิดถึงเรื่องส่วนตัว private sphere ในขณะเดียวกันพื้นที่ส่วนตัว อาทิ ครอบครัว เรื่องในบ้าน ความสัมพันธ์ส่วนตัว ฯลฯ ควรเป็นเรื่องของเสรีภาพของคน รัฐไม่ควรเข้าไปแทรกแซง

ดังนั้นหากกล่าวโดยสรุป "ปรัชญาการเมืองจึงเป็นวิชาที่เป็นการแสวงหาความเข้าใจในแนวคิดต่างๆที่นำเสนอกระบวนการทางอำนาจในการกำหนดมุมมองของผู้คนให้มองเห็น หรือเข้าใจในสิ่งต่างๆ ที่เกิดขึ้นในสังคม"

                                     

2. ทฤษฏีการหาความรู้ในวิชาปรัชญาการเมือง

ปรัชญาการเมืองมีวิธีวิทยา methodology ในการแสวงหาความรู้ในวิถีทางเดียวกับการหาความรู้ในวิชาปรัชญา ทฤษฎีการหาความรู้ดังกล่าวคือทฤษฎีที่แบ่งวิธีการหาความรู้เป็น 4 ด้าน คือ

  • ตรรกะของความรู้ logic of knowledge คือการศึกษาว่าสรรพสิ่งนั้นถูกให้เหตุผลว่าอย่างไร? how to reason?
  • จริยศาสตร์ของความรู้ ethics of knowledge คือการศึกษาในคุณค่า, ความเหมาะควร หรือวิธีปฏิบัติของสรรพสิ่งในการที่จะบรรลุเป้าหมาย how to be?
  • ญาณวิทยาของความรู้ epistemology คือการศึกษาว่าสรรพสิ่งนั้นถูกรับรู้อย่างไร? how to know?
  • ภววิทยาของความรู้ ontology of knowledge คือการศึกษาว่าสรรพสิ่งนั้นคืออะไร? what is?
                                     

3. ความเข้าใจที่สับสนระหว่างปรัชญาการเมือง และทฤษฎีการเมือง

ในการเรียนการสอนวิชารัฐศาสตร์มักความเข้าใจที่คาบเกี่ยว overlap และสับสน ในนิยามของคำว่าทฤษฎีการเมือง และปรัชญาการเมือง การทำความเข้าใจที่ถูกต้องต้องเริ่มการแยกง่ายๆว่าทฤษฎีนั้นกล่าวอย่างถึงที่สุดก็คือความรู้ที่เป็นนามธรรม abstract knowledge ดังนั้นการศึกษาทฤษฎีการเมืองจึงเป็นการศึกษาความรู้นามธรรมในทางการเมืองของมนุษย์ ซึ่งโดยทั่วไปแล้วก็คือนักคิดคนสำคัญต่างๆ major thinkers ในประวัติศาสตร์ภูมิปัญญาของมนุษย์ ซึ่งนักคิดคนสำคัญที่กล่าวถึงนี้ก็คือนักปรัชญานั่นเอง ดังนั้นความสับสนในนิยามจึงเริ่มจากการที่การศึกษาในวิชาทฤษฎีการเมืองจึงหลีกเลี่ยงการศึกษาเนื้อหาในวิชาปรัชญาการเมืองไปไม่พ้น

ในทางสังคมศาสตร์ไมเคิล โอคชอตต์ Michael Joseph Oakeshott นักปรัชญาและทฤษฎีการเมืองชาวอังกฤษ ได้พยายามจะทำความเข้าใจคำว่าทฤษฎี โดยการวิเคราะห์ผ่านรากของคำในภาษากรีกโบราณโดย โอคชอตต์กล่าวถึงคำในภาษากรีก 5 คำ คือ θέα théa, θεορηιν theorein, θεωρός theorós, θεωρία theoría และ θεώρημα theórema ซึ่งทุกๆคำต่างมีนัยถึง "มุมมอง" ทั้งสิ้น ดังนั้นทฤษฎีจึงเป็นเรื่องของมุมมองต่อปรากฏการณ์ต่างๆ ทฤษฎีการเมืองจึงเป็นสาขาวิขาว่าด้วยมุมมองต่อปรากฏหารณ์ทางการเมือง

ดังนั้นในขณะที่คำว่าปรัชญาการเมืองมีนิยามว่า "ความไฝ่รู้ในทางการเมือง" คำว่าทฤษฎีการเมืองจะเกี่ยวพันอยู่กับการมองและการเข้าใจในสิ่งต่างๆ ซึ่งการมอง และการเข้าใจนั้นๆเป็นเพียงแง่มุมที่แปรผันไปตามผู้มอง ทฤษฎีการเมืองจึงไม่ใช่ความจริงทางการเมือง แต่เป็นเพียงเศษเสี้ยวของความจริงทางการเมืองที่ถูกรับรู้ในกาละ-เทศที่ต่างกันเท่านั้น นอกจากนี้จากการที่ปรัชญาการเมืองเป็นเรื่องของการคิดและจินตนาการความเป็นไปได้ที่ดีที่สุดในทางการเมือง มากกว่าที่จะเป็นเรื่องของความรู้ที่ได้มาในเชิงประจักษ์หรือสภาวการณ์ของการเมืองที่เกิดขึ้นจริงซึ่งเป็นสิ่งที่ทฤษฎีการเมืองพยายามอธิบาย หรือนิยามของทฤษฎีการเมืองก็คือ "มุมมองในทางการเมือง" นั่นเอง

ดังนี้แล้วในขณะที่ปรัชญาการเมืองจึงไม่ได้ใคร่คำนึงถึงการเปิดเผยความจริงในทางการเมืองในวิธีแบบวิทยาศาสตร์ แต่ถึงที่สุดแล้วปรัชญาการเมืองเป็นเรื่องของการใคร่คำนึงถึงรากฐานทางความคิดของมนุษย์เพื่อทำความเข้าใจ สรรสร้างความเข้าใจ รวมไปถึงการจินตนาการถึงสิ่งที่ควรจะมีควรจะเป็นของมนุษย์ในทางการเมืองมากกว่าสิ่งที่เกิดขึ้นจริง ส่วนทฤษฎีทางการเมืองนั้นก็คือการศึกษาที่พยายามนำเอามโนทัศน์ concepts ต่างๆของนักปรัชญาทางการเมืองมาเป็นพื้นฐานในการสร้าง" กรอบการมอง” ปรากฏการณ์ต่างๆที่เกิดขึ้นในสังคม และการเมือง จากนั้นก็ต้องพยายามประยุกต์ใช้กรอบดังกล่าวมาศึกษาปรากฏการณ์นั้นๆ ด้วยระเบียบวิธีแบบวิทยาศาสตร์ นอกจากนี้พิจารณาจากพัฒนาการของสาขาวิชาแล้ว ขณะที่ปรัชญาการเมืองเป็นวิชาที่เกิดขึ้นมาตั้งแต่ยุคโบราณที่เรียกตัวเองว่านักปรัชญา หรือนักปรัชญาการเมือง ทว่าวิชาทฤษฎีการเมืองเกิดขึ้นอย่างเป็นรูปธรรมเมื่อศตวรรษที่ 20 นี้เอง โดยกลุ่มนักรัฐศาสตร์ที่เรียกแนวทางการศึกษาหาความรู้ของพวกตนว่านักรัฐศาสตร์สายพฤติกรรมศาสตร์